วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

จัดอันดับ ผลไม้ที่กินแล้วอ้วน

ความดีวันนี้ : ช่วยเฝ้าของมีค่าของเพื่อนๆ ตอนเพื่อนๆไปกินข้าวค่ะ - -'


ทราบหรือไม่ว่า การกินผลไม้นอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังสามารถทำให้อ้วนได้อีก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีมาบอก...

การกินผลไม้ กินแล้วดี มีประโยชน์มากมาย แต่บางครั้งก็ต้องเลือกกิน และกินในปริมาณที่พอดี เพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งอาจจะทำให้อ้วนได้



  • ผลไม้ที่กิน แล้วอ้วนสุดๆ คือ กล้วยไข่


  • อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า


  • อันดับ 3 คือ ขนุน


  • อันดับ 4 คือ กล้วยหอม


  • อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก


  • อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว


  • อันดับ 7 คือ ลองกอง


  • อันดับ 8 คือ เงาะ


  • อันดับ 9 คือ ลางสาด


  • อันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุด

แต่ ทุเรียน ก็เป็นผลไม้ ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูงมากๆ ใครที่กินรับรองอ้วนแน่ ส่วนผลไม้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ได้แก่ แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วงดิบ มะละกอ และ แตงโม รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่าเผลอทานผลไม้ที่ว่ามานี้กันจนเพลินกันนะจ๊ะ ถ้าไม่อยากอ้วนจนเกินไป


อ้างอิง : http://hilight.kapook.com/view/31511

เที่ยวตลาดน้ำกันมั๊ยจ้ะ

ความดีวันนี้ : ให้อาหารปลาและอาหารสุนัข
วันนี้ไปเที่ยวตลาดสวนน้ำผึ้งมาค่ะ
ของขายเยอะแยะเลย
ตกตอนเย็นก็พาหลานไปให้อาหารปลา
แต่กว่านุสจะให้อาหารปลาได้
ก็ต้องให้อาหารสุนัขก่อน
มากันเป็นแก๊งเลยค่ะ เยอะมากๆ
ตอนนี้เหนื่อยมากๆเลย
ขอตัวไปหลับก่อนน่ะค่ะ = ='
อากาศหนาวแล้วน่ะค่ะ ดูแลสุขภาพกันด้วยน้า~*

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สาวอยากสวยอย่าให้เขาหลอก กลูต้าไธโอน ไม่ช่วยผิวขาว

ความดีวันนี้ : ซื้อสเต๊ก มาฝากปะป๋าค่ะ ^^


สาวอยากสวยอย่าให้เขาหลอก กลูต้าไธโอน ไม่ช่วยผิวขาว
ในหมู่คนรักสวยรักงาม เป็นที่ทราบกันแบบอวดอ้างกล่าวขานกันต่อๆ มาว่า "กลูต้าไธโอน" เป็นสารที่ทำให้ผิวขาวผ่องเป็นที่นิยมกันมาก แม้คุณหมอจะออกมาเตือนว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น ถึงขั้นที่ อย.และแพทยสภาออกกฎข้อบังคับห้ามแพทย์นำมาฉีด เพราะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครอยากฟัง กลับยิ่งแพร่ระบาดมากขึ้น นายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย กล่าวให้ข้อคิดกับสาวที่อยากสวยว่า ขอให้ยึดหลักสำคัญว่าการฉีดสารหรือสิ่งต่างๆ เข้าร่างกายนั้นมีหลักสำคัญข้อเดียวคือ นำเข้าสู่ร่างกายก็ต้องสามารถเอาออกได้ ถ้าเอาเข้าแล้วเอาออกไม่ได้ หรือไม่สลายตัวไปเองถือว่าไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น เพราะเป็นสิ่งแปลกปลอม ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในเรื่อง "กลูต้าไธโอน" นั้น นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย บอกว่า เท่าที่ทราบมีการขายเกลื่อนตามเว็บไซต์ ราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ที่น่ากลัวคือมีการแนะนำวิธีฉีดและอวดอ้างสรรพคุณจนทำให้คนที่อยากขาวเกิดความสนใจ และซื้อหาไปทดลองทั้งฉีดและกินเพื่อให้ตัวขาว ก็ขอแจ้งให้ทราบว่าไม่เป็นความจริง นายแพทย์ชลทิศ บอกว่า ความจริงแล้วปกติร่างกายจะสร้างกลูต้าไธโอนได้เอง จากสารอาหารธรรมชาติที่รับประทานเข้าไป เช่น เนื้อสัตว์ ผักสีเขียว รวมทั้งสมุนไพรอย่างอบเชย เป็นต้น เนื่องจากมันมีหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ หรือสารพิษต่างๆ จากร่างกาย นอกจากนี้ ยังป้องกันความเสื่อมและเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายอีกด้วย ถึงแม้การฉีดกลูต้าไธโอนจะไม่ส่งผลอันตรายโดยตรงกับร่างกาย แต่การใช้เข็มฉีดเข้าตัวเองกัน อย่างแพร่หลาย โดยไม่ระมัดระวังและคำนึงถึงสุขอนามัยแล้ว อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกนับไม่ถ้วน นั่นก็เป็นคำกล่าวเตือนจากคุณหมอในแวดวงความสวยงามโดยตรง รู้แล้วก็อย่าปล่อยให้โดนหลอกต่อไปโดยไม่จำเป็น

แหล่งอ้างอิง : http://hilight.kapook.com/view/31438

ถึงบ้านแล้วหลับปุ๋ย~*

ความดีเมื่อวานนี้ : หยุดรถให้คนข้ามถนนค่ะ
เมื่อวานนี้เหนื่อยมากๆ เลยไม่ได้เข้ามาอัพ blog
ต้องขออภัยด้วยคะ ^^'

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นวดหน้าอย่างถูกวิธี

ความดีวันนี้ : ช่วยพารุ่นพี่ไปเลือกของขวัญวันเกิดให้รุ่นน้องค่ะ
วันนี้เอาวิธีนวดหน้าอย่างถูกต้องและได้ผล มาฝากกันคะ

อยากลองดูกันหน่อยไหมล่ะ ว่าจะรู้สึกดีแค่ไหน


  1. เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด (ขึ้นหนักลงเบา) นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อความผ่อนคลาย

  2. บริเวณรอบดวงตา และยกกระชับริมฝีปาก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบาๆ บริเวณใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง วนไปมาเบาๆ นับ 1 ครั้ง (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) จากนั้นเริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูก ลูบออกด้านข้างในลักษณะบกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้ง และเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ท้องริมฝีปากล่าง ลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง

  3. ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่บริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น (ทำซ้ำ 3 ครั้ง)

  4. ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง ค้างไว้สักครู่แล้วค่อยลูบลง (ทำซ้ำ 3 ครั้ง)

  5. ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณดวงตา ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง กดเบาๆ นับ 1-3 แล้วลูบผ่านเปลือกตา และวนรอบดวงตา กลับมากดที่หัวตา (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) โดยครั้งสุดท้ายลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ

แหล่งอ้างอิง : http://women.kapook.com/beauty00039/

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันที่น่าเบื่อ

ความดีวันนี้ : ให้เพื่อนติดรถไปลงทางผ่าน
วันนี้น่าเบื่อมากๆ ขอตัวไปทำงานก่อนน่ะค่ะ งานเหลืออีกตึมเลย - -'

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แมวสองหน้า น่ารักมั๊กๆ

ความดีวันนี้ : ให้เพื่อนยืมเงินค่ะ ^^
ข่าวแปลกวันนี้ !!

ตะลึง แมวออสซี่ประหลาด มีสองหน้า น่ารักน่าชัง

ออสซี่ตะลึง เจอแมวประหลาดมีสองหน้า คลอดร่วมพี่น้องๆ หน้าตาปกติ ด้านเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์สารภาพสุดมหัศจรรย์ เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก เดลี่ เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนว่า แม่แมวออสเตรเลียให้กำเนิดลูกแมวประหลาดมีสองหน้า พร้อมลูกแมวอีก 2 ตัวซึ่งมีรูปร่างปกติ สร้างความรู้สึกทึ่งให้แก่เจ้าของแมว และเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เป็นอย่างมาก ขณะที่แมวสองหน้าตัวนี้ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 1 เดือน เวลากินอาหารด้วยปากข้างเดียวแต่จะขมับปากทั้งสองพร้อมๆ กัน ด้านนายจอร์จ ฮูเบอร์ เจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีอาชีพเป็นสัตว์แพทย์มาตลอด 12 ปี ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์อะไรทำนองนี้ อย่างมากก็แค่เจอแมวมีสองหาง มีขาประหลาด แต่ไม่ถึงกับเจอแมวมีสองหน้าเช่นนี้ และว่าสาเหตุที่แมวดังกล่าวมีสองหน้า เพราะความผิดรูปแต่กำเนิด คาดว่าน่าจะมาจากพัฒนาการด้านตัวอ่อนบกพร่อง อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าของมีแผนจะเลี้ยงเจ้าแมวสองหน้าตัวนี้ต่อไป และเตรียมจะตั้งชื่อมันแล้ว ระหว่างมิสเตอร์เมน กับเคาซี โมโมโด้
อ้างอิงข้อมูลจาก : http://hilight.kapook.com/view/31199

ทำไข่เจียว เจอลูกเจี๊ยบสี่ขา

ความดีวันนี้ : ทำความสะอาดรถ และตรวจสภาพรถด้วยตัวเอง
ข่าวแปลกวันนี้ !!


ทำไข่เจียว เจอลูกเจี๊ยบสี่ขา

ชายจีนวัยกลางคนทำอาหารมื้อค่ำ พอหยิบไข่ไก่มาตอกเพื่อปรุงไข่เจียวก็มีอันงงเต้ก ใต้เปลือกแทนที่จะเป็นไข่ขาวไข่แดงกลับเป็นลูกเจี๊ยบมีขาพิเศษ!? นายค้าว ชาวเมืองฉางชุน เล่าให้ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พีเพิ่ลเดลี่ฟังว่า สี่เดือนก่อน ตนซื้อไข่ไก่หลายโหลจากตลาด กลับบ้านทำกับข้าวเมนูไข่เจียว ครั้นตอกไข่ฟองหนึ่งเจอลูกไก่ยังมีชีวิต อากู๋ค้าวต๊กตะลึงยิ่งขึ้น... มันมิใช่ขาสองขาตามปกติธรรมชาติ หากมีขางอกเพิ่มพิเศษอีกสองขา จึงเลี้ยงไว้ "เพื่อนบ้านบอกมันไม่มีทางรอดหรอก เดี๋ยวคงซี้ตายแน่ แต่อั๊วเลี้ยงดูอย่างดี ไม่รังเกียจความพิกลพิการของมัน...ลูกเจี๊ยบสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เชื่องมาก เติบโตรวดเร็วน่าอัศจรรย์ โชคดีตรงกับช่วงหน้าร้อน อุณหภูมิอบอุ่นเหมาะสม ลูกไก่เลยพร้อมฟักออกจากไข่" แรกๆ เจ้าเจี๊ยบโดนตัวอื่นรังแก อากู๋ค้าวต้องคอยคุ้มกัน กระทั่งเติบโตสู่วัยรุ่น มันสู้ยิบตาไม่กลัวใคร แถมได้เปรียบมีสี่ขา จนชาวบ้านตั้งฉายา "ราชาสี่ขา" ถ้าราชาสี่ขาเกิดแถวประเทศสารขัณฑ์ ต้องถูกจุดธูปเทียนกราบไหว้ขอหวย...เช่นเคย??

อ้างอิงจาก : http://hilight.kapook.com/view/31200

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ไปเที่ยวสวนสยามมาแหละ

ความดีวันนี้ : ช่วยดูแลหลานตัวน้อย ทั้งวันเลยค่ะ เหนื่อยสุดๆ แต่ก้อมีความสุขมากๆค่ะ


วันนี้ไปเที่ยวสวนสยามมาค้า~!!
วันนี้พาน้องผิงผิงไปเที่ยวสวนสยามค่ะ ไปถึงก็พาน้องผิงผิงไปว่ายน้ำ
ซึ่งเป็นการว่ายน้ำในสระครั้งแรกในชีวิตของน้องผิงๆเลยก็ว่าได้ค่ะ
ขนาด ชุดว่ายน้ำ กับห่วงยาง ยังไม่ได้แกะป้ายราคาออกเลยซักอย่าง - -'
แล้วก็ดูน้องผิงผิง จะชอบว่ายน้ำซะด้วยสิค่ะ น่ารักเชียวแหละ
พอว่ายน้ำเสร็จแล้ว ก็พาน้องผิงผิงมานั่งเรือท่องป่าอเมซอน
สงสัยว่ายจะใช้งานเจ้าลิงคิงคองหนักไปหน่อย
ลิงคิงคองบางตัวเลยขยับตัวมากเกินไป พุงแตกเห็นไปถึงฟองน้ำข้างในเลย - -'
แต่ก็ดูตื่นตาตื่นใจน่ะค่ะ ถือว่ารวมๆโอเคเลยแหละ
เพียงแต่ว่า แพงไปนีสนึงค่ะ แต่ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ช่วงเปิดของเล่นใหม่
เป็นช่วงกอบโกยอยู่แล้ว ก็เข้าใจค่ะ
พอนั่งเรือเสร็จแล้ว บัตรของเล่นเหลือเงินอยู่อีกหลายร้อยเลยค่ะ
คนที่มีหน้าที่ถลุงบัตรในเงิน เห็นจะไม่ใช่ใครที่ไหน
คือข้าพเจ้าเองค้า ><~ เพราะที่ไปก็มี ปะป๋า มะม้า พี่สาวที่พาเจ้าตัวเล็กไป แล้วก็นุส
แล้วจะมีใครอีกหละค่ะที่กล้าขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา 2 ตลบ หุหุ
ถึงต้องนั่งเล่นคนเดียว แต่ก็มันส์สุดๆเลยค้า~!!

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อยากน่ารักเหมือนการ์ตูน กล้าแต่งตา แบบ โซโจ แมงก้า หรือเปล่าละ!!!


ความดีวันนี้ : ช่วยทำกับข้าว และงานบ้านคุณแม่

วันนี้มีแฟชั่นแปลกๆมาให้ชมกันคะ


อยากน่ารักเหมือนการ์ตูน กล้าแต่งตา แบบ โซโจ แมงก้า หรือเปล่าละ!!!


เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องแฟชั่น ก็มักมีอะไรแปลกๆ ให้เราตกใจเสมอ วันนี้จะพาไปดูเทรนด์แฟชั่น ที่เมื่อเห็นแล้วต้องร้องอุทานกันแน่นอน แฟชั่นแนว "การ์ตูนอานิเมะ" (Anime) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแดนปลาดิบกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ตัวการ์ตูนอานิเมะมีจุดเด่นที่ "ดวงตากลมโต" และทรงผมสีสันแสบทรวง กลุ่มคนที่นิยมแฟชั่นแนวนี้ จึงพยายามแต่งตัวเองให้เป็นแบบนั้น หากเป็นเรื่องทำสีผมผม คงไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร ทุกวันนี้ก็มีคนทำสีผมกันเกลื่อนเมือง แต่การ "แต่งตา" ให้กลมโตแบบอานิเมะนี่สิ เป็นเรื่องน่าสนใจ!!!

การแต่งแต้มดวงตาให้ใหญ่โตแบบนี้ ได้รับอิทธิพลทางตรงจาก "โซโจ แมงก้า" (shojo manga) การ์ตูนที่มีจุดเด่นตรงการแสดงอารมณ์ เมื่อตายิ่งโต ก็ยิ่งง่ายในการสื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ชมรับรู้ กลุ่มคนที่นิยมแต่งคอสเพลย์บางคน จึงแต่งแต้มดวงตาตัวเองให้เป็นแบบนั้น แล้วก็มีฝีมือ สามารถทำได้เหมือนจริงๆ เสียด้วย แต่จะแต่งอย่างไร คงต้องลองลงมือกันเอาเอง ตามเทคนิคของแต่ละคน


แหล่งข้อมูล : http://hilight.kapook.com/view/31182

เคล็ดลับผิวหน้ามีเลือดฝาด

ความดีวันนี้ : ขับรถอย่างมีน้ำใจ หยุดรถให้คนข้ามถนน
เคล็ดลับ ผิวหน้ามีเลือดฝาด



มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝาก ให้คุณสาว ๆ ได้เป็นเจ้าของผิวหน้าสวยใสอมชมพูค่ะสดใสมีเลือดฝาดด้วยเบียร์สด...
ให้คุณสาว ๆ นำเบียร์สด 1/2 ถ้วยเล็ก น้ำผึ้งแท้ 2 ช้อนโต๊ะ และไข่ไก่ 1 ฟอง
นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นให้เป็นเนื้อครีมละเอียดเนียน แล้วนำเนื้อครีมเบียร์สดนี้มาพอกหน้าที่สะอาด พอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือใช้โฟมล้างหรือสบู่อ่อน ๆ ก็ได้ค่ะสูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง แลดูสดใสเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดขึ้นค่ะ


แหล่งข้อมูล : http://women.sanook.com/beauty/howto/howto_32383.php

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ผิวสวยด้วยแอปเปิ้ล

ความดีวันนี้ : แบ่งปันอาหารให้สุนัขจรจัด

ผิวสวยด้วยแอปเปิ้ล


  • ผิวอ่อนโรย ทำให้ผิวที่ดูอ่อนโรยสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็วลองนวดใบหน้าและลำคอด้วยเนื้อแอปเปิ้ลสดๆ

  • สำหรับบำรุงผิวธรรมดา ปอกเปลือกแอปเปิ้ล บดให้ละเอียด และผสมกับครีมเปรี้ยว น้ำมันมะกอก (หรือน้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวัน) หนึ่งช้อนชา และแป้งข้าวโพดหนึ่งช้อนชา ทาลงบนใบหน้าและทิ้วไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

  • เพื่อผิวร่วงโรย พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ลอบ หรือต้มบดละเอียดผสมกับน้ำมันมะกอกและน้ำผึ้งหนึ่งช้องชา เพื่อทำให้ผิวยึดหยุ่นและชะลอกระบวนการร่วงโรยของผิว

  • มือหยาบกร้าน ใช้แอปเปิ้ลสดปอกเปลือกนวดลงสัก 2-3 นาที จากนั้น ล้างมือและทาครีมให้ความชุ่มชิ้น

  • ส้นเท้าแตก หั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ต้มในนมจนเป็นส่วนผสมข้นๆ ทาส่วนผสมลงบนส้นเท้า ปิดทับด้วยทิชชู ทิ้วไว้ 30 นาที ก่อนล้างออก ส้นเท้าจะนุ่มนวลขึ้น

แหล่งข้อมูลจาก : http://women.kapook.com/beauty00042/

ข่าวการเกิดปาฏิหาริย์ของเจ้าตูบ

ความดีวันนี้ : ร่วมมือกับเพื่อนทำงานกลุ่มให้เสร็จเรียบร้อย ^^'
ข่าวการเกิดปาฏิหาริย์ของเจ้าตูบ


เจ้าตูบน้อยสร้างปาฏิหาริย์

นับเป็นเหตุการณ์เหลือเชื่อเหนือปาฏิหาริย์ แต่นี่เรื่องจริง เมื่อลูกสุนัขตัวหนึ่งรอด ตายหลังจากโดนรถเก๋งที่วิ่งด้วยความเร็ว 112 กม.ต่อ ชม. ชนตูม อย่างแรง นายมาร์โก้ เมนอ ซี่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าตูบอายุปีเดียวที่ถูกชนนั้นติดคาหน้าหม้อรถ เลยไม่ได้หยุด คงบึ่งซิ่งสู่จุดหมายบนถนนในเมืองคอซซี่ ภาคใต้อิตาลี ระยะทางจาก จุดเกิดเหตุ 24 กิโลเมตร จอดรถนั่นแหละจึงเห็นภาพน่าสงสารดังปรากฏในรูป ประกอบ "ลูกหมาเคราะห์ร้ายโดนชนแรง มาก จนผลุบเข้าไปติดตะแกรงใต้ฝากระโปรงรถเปอโยต์ รุ่น 207 ไอ้ตูบน้อย โชคดีบนความเคราะห์ร้าย มันปลอดภัยเพราะถูกชนแรงมาก หากชนเบากว่านี้มัน อาจกระเด็นกระดอนเข้าใต้ท้องรถล้อบดแบนแต๊ดแต๋" โฆษกตำรวจ สันนิษฐาน สัตวแพทย์รักษา ขาลูกสุนัขพลัดหลง ซึ่งหักข้างหนึ่งและเยียวยาบาดแผลฟกช้ำ ขณะนี้พ้นขีดอันตราย แล้ว อยู่ระหว่างพักฟื้นรอผู้เมตตารับอุปการะเลี้ยงดู


แหล่งข้อมูล : http://hilight.kapook.com/view/31068

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ถูกผีหลอกกลางคืนบ่อย สัญญาณเตือนตาบอด



ความดีวันนี้ : ช่วยคุณพ่อคุณแม่ ไปเก็บเงินค่าเช่าบ้านแทนท่าน และจัดการเรื่องระบบการเงินให้เรียบร้อย



วันนี้เอาเรื่องที่น่าสนใจมาให้อ่านกันค่ะ

ถูกผีหลอกกลางคืนบ่อย สัญญาณเตือน ตาบอด






ถูกผีหลอกกลางคืนบ่อย อาจเป็นอาการเตือนให้รู้ตากำลังจะบอด แพทย์จักษุวิทยาสมาคมของอังกฤษ ได้ออกเผยแพร่ความรู้ให้ทราบว่า ผู้ที่เห็นภาพหลอนอันน่ากลัว และมักคิดว่าจะเป็นโรคจิต อาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ หากแต่เป็นเพราะตาอาจจะกำลังจะบอดมากกว่า เพราะอาการเช่นนั้น เป็นผลที่ตามมาตามปกติ จากตาที่กำลังจะบอดลง สมาคมแพทย์โรคตาแจ้งว่า แม้แต่แพทย์ทั่วไปเองก็อาจจะวินิจฉัยโรคคนไข้ผิดมาหลายคนแล้ว ว่าเป็นอาการของโรคจิตหรือสมองเสื่อม ด้วยความไม่รู้ อาการดังกล่าวเกิดจาก ภาพที่มองเห็นไม่อาจรายงานไปถึงสมองได้ ด้วยเหตุนั้นสมองจึงส่งภาพที่เป็นภาพเก่าๆ ที่เก็บอยู่ออกมาแทน "คนไข้มักจะเห็นภาพของใบหน้าบิดเบี้ยวพิลึกพิลั่น แยกเขี้ยวคำรามโผล่ขึ้นตรงหน้า หรือไม่ก็เป็นรูปคนที่แต่งกาย โดยใส่หมวกซับซ้อน ไม่ก็เห็นเป็นรูปภูมิประเทศที่แผ่ออกไปยาวยืด และบางทีก็เป็นยวดยาน" คนไข้รายหนึ่งอายุ 76 ปี เล่าให้ฟังว่า มักเห็นภาพที่น่ากลัวตอนกลางคืน ก่อนที่จะรู้สาเหตุที่แท้จริงว่า ตาใกล้จะบอด "ฉันเห็น ผู้ชายสามคนในชุดสัปเหร่อสีดำ โผล่ให้เห็นในห้องนอนกลางดึก กวักมือเรียก จนคิดว่าคงจวนจะตายแล้ว"


น่ากลัวจัง ><"



แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://hilight.kapook.com/view/31043



มาดูผู้ชายตั้งครรภ์ คนแรกของโลก~!!



ความดีวันนี้ : ขับรถอย่างมีวินัย ถูกกฎจราจรค่ะ ^^

วันนี้มีข่าวแปลกๆมาให้อ่านกันเพลินๆค่ะ
ฮือฮา ผู้ชายตั้งท้องได้ กำลังจะมีลูกคนที่ 2


เรื่องไม่น่าเชื่อในโลกนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงไหมคะ ขนาดผู้ชายก็ยังท้องได้ ดังที่เป็นข่าวฮือฮาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา หลังจาก "โธมัส บีทตี้" ได้กลายเป็นผู้ชายคนแรกของโลกที่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้ว่าจริงๆ โธมัส บีทตี้จะเป็นผู้หญิงแท้ๆ มีชื่อเดิมว่า "เทรซีย์ ลากอนดิโน" เป็นชาวฮาวายตั้งแต่กำเนิด แต่เธอก็ได้แปลงเพศเป็นชายมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน และก็ยังรักษาอวัยวะสืบพันธุ์หญิงไว้ ทำให้บีทตี้ สามารถตั้งครรภ์ได้เหมือนผู้หญิงปกติ ก่อนที่บีทตี้จะให้กำเนิดบุตรสาว นามว่า "ซูซาน" ไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน กับลูกและภรรยา "แนนซี่ บีทตี้" วัย 46 ปี ที่เมืองเบ็น รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากคลอด "ซูซาน" บีทตี้ก็ได้พยายามรักษาร่างกายอย่างดี และไม่กลับไปใช้ฮอร์โมนเพศชายอีก เพื่อที่จะสามารถมีลูกคนต่อไปได้


และแล้ววันนี้เขา (หรือเธอ) ก็ได้เป็นข่าวดังไปทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อเร็วๆ นี้ โธมัส บีทตี้ วัย 34 ปี ได้ให้สัมภาษณ์รายการของสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า เขากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 โดยลูกคนนี้เกิดจากกระบวนการให้แพทย์ใช้อสุจิบริจาคและใช้ไข่ของแนนซี่ฉีดเข้าครรภ์ตัวเอง เป็นที่คาดกันว่าลูกคนที่สองของบีทตี้จะออกมาลืมตาดูโลกในวันที่ 12 มิถุนายน ปีหน้า ถ้าอย่างนั้นแล้ว งานนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อตั้งท้องล่วงหน้าแล้วล่ะค่ะ


ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : http://hilight.kapook.com/view/30928



น่ารักจัง (>///<)~*

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันอาทิตย์ แสนสดใส~*


ความดีวันนี้ : ทำบุญให้อาหารปลาและสุนัข

วันนี้วันอาทิตย์ที่แสนจะวุ่นวายเล็กน้อย
เพราะวันนี้ครอบครัวจะพาเจ้าหลานตัวเล็ก ไปเที่ยววันหยุด
หลานรักของหนูชื่อน้องผิงผิง .. ซนสุดๆ - -'
โปรแกรมวันนี้เริ่มจาก ไปเยี่ยมอาม่า ซึ่งไปถึงแล้วอาม่าก็ดีใจมาก
แต่.. น้องผิงผิงเจอหน้าอาเหล่าม่าตัวเอง ถึงกับร้องไห้จ๊าก
เพราะไม่คุ้นหน้า เลยต้องโอ๋กันยกใหญ่
พอเสร็จจากเยี่ยมอาม่าแล้ว ก็พาน้องผิงผิงไปเที่ยวสวนสนุก
แต่.. ผิงผิงเล่นของเล่น แล้วหลับคาเครื่องเล่นไปเลย - -'
ขากลับ ได้มีโอกาสเข้าไปทำบุญที่วัดแถวๆบ้านพี่สาว
เลยได้มีโอกาสไปให้อาหารปลา
แล้วสุนัขก็วิ่งตามมาขอของกินกันเป็นฝูง
เลยต้องเอาขนมปังที่ให้ปลา แบ่งให้สุนัขกินด้วย
ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างทั่วถึง เพราะถ้าให้แต่ปลา สุนัขก็คงหิวตาย
ถึงวันนี้จะวุ่นวายเพราะเจ้าตัวเล็ก แต่วันนี้ก็มีความสุขมากค่ะ
ไว้ไปเที่ยวอีก จะเก็บมาเล่าให้ฟังอีกน่ะค่ะ ^^



วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แต่งชุดดำ ร่วมไว้อาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ความดีวันนี้ : แต่งชุดดำ ร่วมอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
.. พระองค์ท่าน จะสถิตอยู่ในดวงใจของเราตลอดไป ..






ภาพพระเมรุที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรตระการตา ดั่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้นำพาพสกนิกรทั่วทุกแห่งหน แห่แหนกันไปชมพระเมรุที่จัดสร้างขึ้นอย่างสมพระเกียรติ และการเดินทางมาของเหล่าพสกนิกรชาวไทยครั้งนี้มิใช่เพียงเพื่อชมความงดงามของพระเมรุเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่มีค่าเอนกอนันต์ต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้







ข้อมูลและภาพประกอบจาก : http://hilight.kapook.com/view/30949




วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ความดีวันนี้ : พารุ่นน้องไปเลี้ยงข้าวค่ะ ^^'




~ ขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ~

~ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ~

~ ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ~







วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

i love shopping !!

ความดีวันนี้ : ขับรถไปส่งเพื่อนที่หอ ทางเดียวกันไปด้วยกันค่ะ ^^

วันนี้ดีใจ..ได้ไป shopping ที่ Platinum ><~

ไปถึงฝั่งตรงข้าม ถึงกับงงเต๊ก เพราะคนแห่กันข้ามถนน

บนสะพานลอยคนแน่นเอี๊ยด เดินออกจาก Platinum กันเต็มไปหมด

พอเข้าไปถามพนักงาน ก็รู้ว่า เค้าซ้อมเหตุกาณ์เพลิงไหม้กัน



แม่เจ้า~!! เซงสุดๆค่ะ - -'

กว่าจะได้เดินอีกที ก็ต้องรอไปอีกชั่วโมง
และแล้วก็ถึงเวลาที่เข้าสู่สภาวะปกติ

เดินดูของอย่างสบายใจ .. แต่
ทำไมวันนี้ไปแล้ว ไม่เจอของถูกใจเลยแฮะ - -'
ของที่ถูกใจ .. ดันแพงหูฉี่ T^T

ผลสุดท้าย ก็ไม่ได้อะรัยติดไม้ติดมือมาเลย

แต่ชีวิตยังไม่สิ้นหวัง .. วันหลังค่อยไปใหม่ก็ได้

คิกคิก .. ชอบช๊อปปิ๊งที่สู๊ดดเลยค้า~~!!

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันนี้วันลอยกะทง

ความดีวันนี้ : ข่มใจไม่ให้เงินเด็กน้อยขายดอกไม้ เพราะเห็นมีผู้ใหญ่ยืนคุมอยู่ข้างหลังห่างๆ
หยุดขบวนการค้ามนุษย์ ค่ะ !!
!! ~ วันนี้วันลอยกระทง ~ !!


วันนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวงานลอยกระทงประจำปี๒๕๕๑ ที่มหาลัยเกษตรศาสตร์มาค่ะ

มีคนเข้าร่วมงานเยอะมากๆ เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา
ประชากรติดขัดกันสุดๆ ><~

แต่ก็เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานดีคะ เพราะอากาศในคืนนี้เย็นสบาย
มีร้านค้า ตั้งร้านขายของเยอะแยะไปหมด
แล้วก็เช่นทุกๆปี ที่งานลอยกะทงจะมีการประกวดนางนพมาศ
แต่ก็ไม่สามารถเดินฝ่าฝูงชนไปได้

ที่ทำได้ก็แค่ยืนมองอยู่ไกลๆ - -'

ใครที่ได้ตำแหน่ง ก็ขอแสดงความยินดี ( อย่างห่างๆ ) ด้วยค่ะ ^^

คืนนี้ก็ขอนำประวัติวันลอยกระทงมาให้อ่านกันเล่นๆค่ะ

ขอให้มีความสุขในวันลอยกระทงน่ะค่ะ ~*



วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยส่วนใหญ่ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือเดือนยี่ (เดือนที่ 2) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณี ลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลง ไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย


ประวัติ
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3

ความเชื่อในเรื่องการลอยกระทง
  • เชื่อว่าเป็นการ บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาขององค์พระพุทธเจ้า- เชื่อว่าเป็นการ บูชาพระอุปคุตเถระ ที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือ สะดือทะเล ซึ่งตำนานเล่าว่าเป็น พระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้
  • เชื่อว่าเป็นการ ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์- เชื่อว่าเป็นการ แสดงความขอบคุณ และ ขอขมาพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ
  • เชื่อว่าเป็นการ ระลึกถึง และ ส่งของไปให้แก่บรรพบุรุณที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนสะเดาะเคราะห์ หรือ ลอยทุกข์โศกโรคร้ายภัยต่าง ๆ รวมไปถึงการอธิฐานเพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา

ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิง

http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=103.0