ความดีวันนี้ : ข่มใจไม่ให้เงินเด็กน้อยขายดอกไม้ เพราะเห็นมีผู้ใหญ่ยืนคุมอยู่ข้างหลังห่างๆ
หยุดขบวนการค้ามนุษย์ ค่ะ !!
!! ~ วันนี้วันลอยกระทง ~ !!

วันนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวงานลอยกระทงประจำปี๒๕๕๑ ที่มหาลัยเกษตรศาสตร์มาค่ะ
มีคนเข้าร่วมงานเยอะมากๆ เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา
ประชากรติดขัดกันสุดๆ ><~
แต่ก็เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานดีคะ เพราะอากาศในคืนนี้เย็นสบาย
มีร้านค้า ตั้งร้านขายของเยอะแยะไปหมด
แล้วก็เช่นทุกๆปี ที่งานลอยกะทงจะมีการประกวดนางนพมาศ
แต่ก็ไม่สามารถเดินฝ่าฝูงชนไปได้
ที่ทำได้ก็แค่ยืนมองอยู่ไกลๆ - -'
ใครที่ได้ตำแหน่ง ก็ขอแสดงความยินดี ( อย่างห่างๆ ) ด้วยค่ะ ^^
คืนนี้ก็ขอนำประวัติวันลอยกระทงมาให้อ่านกันเล่นๆค่ะ
ขอให้มีความสุขในวันลอยกระทงน่ะค่ะ ~*

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยส่วนใหญ่ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือเดือนยี่ (เดือนที่ 2) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณี ลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลง ไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย
ประวัติ
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3
ความเชื่อในเรื่องการลอยกระทง
เชื่อว่าเป็นการ บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาขององค์พระพุทธเจ้า- เชื่อว่าเป็นการ บูชาพระอุปคุตเถระ ที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือ สะดือทะเล ซึ่งตำนานเล่าว่าเป็น พระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้
เชื่อว่าเป็นการ ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์- เชื่อว่าเป็นการ แสดงความขอบคุณ และ ขอขมาพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ
เชื่อว่าเป็นการ ระลึกถึง และ ส่งของไปให้แก่บรรพบุรุณที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนสะเดาะเคราะห์ หรือ ลอยทุกข์โศกโรคร้ายภัยต่าง ๆ รวมไปถึงการอธิฐานเพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา
ขอขอบคุณแหล่งอ้างอิง
http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=103.0